GNH กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

18 มิถุนายน 2553

เรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development : SD) เป็นกระแสใหม่ของโลกที่ทุกประเทศ ทุกองค์กรธุรกิจต้องการก้าวไปให้ถึง

  • Like this Story? Share it:
  • Share


อย่างแนวทาง Gross National Happiness (GNH)  ของภูฏาน เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่นำไปสู่จุดหมายของ Sustainable Development



กุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการ และหุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาทางธุรกิจ ส่วนงานให้คำปรึกษาการบริหารจัดการความยั่งยืน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย  อธิบาย เรื่องของ SD จากมุมของ GNH ว่า แนวคิด ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ ของ ภูฏาน เป็นการคิดแบบองค์รวมและตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไรคือเป้าหมายของชีวิต ซึ่งก็พบว่า คือ ความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน 



เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ภูฏาน  ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ คณะนักธุรกิจจากสมาคม การจัดการธุรกิจแห่งประเทศ (TMA) เข้าพบเมื่อเร็วๆ นี้ อธิบาย ว่า นิยามความสุข นั้น อาจไม่เหมือนกันในแต่ละคน  ฉะนั้น จะทำอย่างไร ให้ความสุขของประชาชนทั้งประเทศอยู่ในกรอบเดียวกัน



รัฐบาลภูฏาน จึงให้ความหมายของความสุขว่า เป็นเหมือนความยุติธรรม มีความเป็นส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องของปัจเจกบุคคล ถ้าเรามีความสุขคนเดียวแต่คนอื่นเป็นทุกข์นั่นไม่ถูกต้อง ต้องแบ่งปันกัน ต้องให้คนอื่นมีความสุขด้วย



ปัจจัยที่ทำให้มีความสุขเชื่อมต่อกันได้นั้น มีอยู่ 2 ประเด็น คือ ความสัมพันธ์ (Relationship) ที่ดีต่อคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน  คนภูฏานจะเน้นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะไม่ใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน จะต้องมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น อาทิ พ่อแม่ไปทำงานก็มีปู่ย่าตายายคอยดูแลหลานๆ ให้



อีกเรื่องคือสิ่งแวดล้อม (Environment) ภูฏาน เชื่อว่า ถ้ามีความสัมพันธ์ดีแต่สิ่งแวดล้อมแย่ก็เป็นทุกข์ ความสุขจะกลั่นออกมาจากทั้งสองปัจจัยนี้ ภูฏานมีความสะอาดมาก ป่าไม้มากกว่า 70% ของพื้นที่ และแต่ละต้นนั้นใหญ่โต ใคร เยือนภูฏาน จะพบว่าประชาชนภูฏานยินดีและมีความสุขกับการให้ มีไมตรีกับแขกผู้มาเยือน เพราะเชื่อว่าการให้ ทำให้มีความสุข จึงยินดีที่จะทำ  เราจึงเห็นว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจของภูฏานอาจจะไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ แต่ความเจริญทางจิตใจนั้นสูงมาก ก้าวหน้ากว่าหลายๆ ประเทศ



กุลเวช มองว่า จริงๆ แล้ว GNH ในแบบภูฏานนั้นเกิดที่ไหนก็ได้  ไม่จำเป็นต้องทำในระดับชาติ  แต่เพียงอย่างเดียว สามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรธุรกิจได้ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน



เขายกตัวอย่าง สภาวะหนึ่ง ซึ่งขอเรียกว่าสภาวะ “หนองมน” ซึ่งเป็นตลาดขายของฝากชื่อดังของ ชลบุรี เปรียบเทียบได้ว่า ในสมัยที่ยังไม่มีถนนมอเตอร์เวย์ ใครที่ไปท่องเที่ยวพัทยาขากลับ ต้องแวะตลาดหนองมน เพื่อซื้อของฝาก โดยเฉพาะ ข้าวหลามหนองมนอันลือชื่อ



แต่เมื่อมีถนนมอเตอร์เวย์เปิดใช้งาน นักเดินทางส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แวะตลาดหนองมนอีกต่อไป ขับรถตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯ ที่ยกตัวอย่างนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะหนองมนกับองค์กรธุรกิจ ที่มอเตอร์เวย์ตัดผ่าน เมื่อมาเปรียบเทียบกับบริษัท องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตก็จะพิจารณา Share Price แต่หากนำเอาเรื่อง GNH หรือ “ความอยู่เย็นเป็นสุข” จะพูดถึงเรื่องของ Shared Value ซึ่งเป็นมูลค่าที่เกิดร่วมกัน



ความสุขภายในองค์กรนั้น จะสามารถเกิดร่วมกันได้ ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่มีพนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชนที่เกี่ยวข้อง สื่อสารมวลชน และนโยบายรัฐบาล หรือ พูดได้ว่าความสุขต้องเกิดจากทุกภาคส่วนในสังคม



“เราเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคนไม่ได้ แต่เราต้องเป็นบางอย่างสำหรับบางคน” หมายความว่า ผู้มีส่วนได้เสียของแต่ละองค์กรนั้นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถือหุ้นเป็นใคร ลูกค้าเป็นใคร พนักงานเป็นใคร “บางคน” ขององค์ ก.นั้นก็ไม่เหมือน “บางคน” ขององค์กร ข.



ถ้าสามารถไขปริศนาสิ่งที่บางคนนั้นต้องการ จะทำให้เกิดการ “เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา” ดังเช่นภูฏานนำเรื่อง GNH มาใช้ แล้วเกิดความรู้สึก “เมืองสวย คนสุข” แขกที่ไปเยือนจะรู้สึกได้จากสิ่งที่แผ่ออกมาจากประชาชนภูฏาน

ยกตัวอย่างอีกเรื่องให้เห็นภาพว่า เหมือนกับเราเดินเข้าไปสั่งอาหารมารับประทานในร้านที่เราไม่รู้จักมาก่อน แล้วเกิดความรู้สึกไม่ถูกใจในรสชาติ เราไม่ได้บอกกับแม่ครัวที่ร้านว่าอาหารไม่อร่อย แต่เราไปบอกเพื่อนๆ ของเราทุกคนว่าร้านนี้ไม่อร่อย และบางครั้งอาจบอกต่อไปในสังคมออนไลน์อีกด้วย แต่ถ้าแม่ครัวหรือเจ้าของร้านอาหารนั้นมีความสนิทสนม มีการพูดคุยทำความรู้จักกับลูกค้าก็จะเกิดการปรับปรุงพัฒนาให้ถูกปากลูกค้า สภาวะ “หนองมน” ก็จะไม่เกิดขึ้น



ทั้งนี้ องค์กรต้องมีความเข้าใจว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีใครบ้าง แล้วนำมาจัดลำดับความสำคัญ มาดูว่าผู้เกี่ยวข้องนั้นต้องการอะไร จึงนำมาเข้าสู่กระบวนการ “เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา” ตรงนี้ เป็นสมรรถนะที่สำคัญของผู้นำองค์กรในอนาคต ที่ไม่ใช่ว่านั่งดูแต่เรื่องผลกำไรขาดทุนแต่เพียงอย่างเดียว



สิ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะได้รับผลกระทบนั้นมี 3 ด้าน คือ สังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ องค์กรจะต้องทำให้เกิดความสมดุล ต้องตระหนักว่าในทุกวันที่ดำเนินธุรกิจได้ทำให้วิถีชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น มลพิษในอากาศ น้ำเสีย หรือปากท้องของคนในชุมชนโดยรอบโรงงาน



หากองค์กรธุรกิจ ช่วยกันใส่ใจทุกห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ ผู้ที่อยู่บริเวณตะเข็บของห่วงโซ่นั้นได้รับผลกระทบหรือไม่ ถ้าสามารถอยู่ด้วยกันได้ก็จะเกิดภาวะ “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” นั่นเอง



เรื่องโดย : นงค์นาถ ห่านวิไล


ข่าวยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

  1. นายขวัญแก้ว วัชโรทัย นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับมอบเงินจำนวน 1,010,099 บาท

    โครงการ “ 1 อิ่ม 1 บาท ล้านน้ำใจไทย กับ มิสเตอร์ โดนัท ช็อกโกมาเนีย พรีเมียม” และเงินที่ได้จากการประมูลของรักดารา จากกิจกรรมฉลองครอบรอบ 33 ปี

  2. ภารกิจคืนรอยยิ้มให้ผู้ประสบอุทกภัย “กรุงศรี คอมซูมเมอร์”

    “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” เพื่อช่วยสร้างบ้านใหม่ให้กับผู้ประสบภัย พร้อมกับสนับสนุนงบประมาณ 3 แสนบาท ในการสร้างบ้านหลังใหม่

  3. กลุ่มบริษัท ชัยโย เอเอ สนับสนุนงานกีฬาวังสามัคคีเกมส์

    กลุ่มบริษัท ชัยโย เอเอ ร่วมสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันกีฬาวังสามัคคีเกมส์ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด

Subscribe Newsletters

Subscribe Newsletters Success!